“หมอคะ เป็นรูมาตอยด์แบบนี้ ต้องกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ? แล้วของแสลงที่ห้ามกินเด็ดขาดมีอะไรบ้าง?”

 



“หมอคะ เป็นรูมาตอยด์แบบนี้ ต้องกินอะไรเป็นพิเศษไหมคะ? แล้วของแสลงที่ห้ามกินเด็ดขาดมีอะไรบ้าง?”

นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอมักจะถูกคนไข้รูมาตอยด์ถามในห้องตรวจเสมอครับ ซึ่งหมอเข้าใจเลยครับว่า ในวันที่เรารู้สึกว่าร่างกายกำลังถูกโรคโจมตี ข้อปวดบวม อ่อนเพลีย เราย่อมอยากหา “ตัวช่วย” ที่เราสามารถควบคุมได้เอง และเรื่องอาหารการกินก็ดูจะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด

มีคนไข้ท่านหนึ่ง ชื่อคุณพี่สมชาย (นามสมมติ) มาหาหมอด้วยอาการที่ดูอิดโรยและผอมลงไปมาก แกเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่รู้ว่าเป็นรูมาตอยด์ ก็กลัวมาก ไปอ่านเจอในอินเทอร์เน็ตว่าห้ามกินโน่นห้ามกินนี่ จนสุดท้ายแกแทบจะกินแต่ข้าวต้มกับผักต้ม เพราะกลัวว่ากินอะไรเข้าไปแล้วจะไปกระตุ้นให้โรคกำเริบ ผลคือโรครูมาตอยด์ก็ยังไม่สงบ แถมยังได้ภาวะขาดสารอาหารแถมมาอีกด้วย

หมออยากจะบอกทุกคนตรงนี้เลยครับว่า ความเข้าใจเรื่องอาหารกับโรครูมาตอยด์นั้น มีทั้งเรื่องจริงและเรื่องที่เข้าใจคลาดเคลื่อนกันอยู่มาก วันนี้หมอเก่งจะขอมาเล่าให้ฟังแบบสบายๆ เข้าใจง่ายๆ ว่าตกลงแล้วคนไข้รูมาตอยด์ควรดูแลตัวเองเรื่องการกินและวิถีชีวิตอย่างไร เพื่อให้ “อยู่ร่วมกับโรค” ได้อย่างมีความสุขครับ

ทำความเข้าใจกันก่อน: อาหารไม่ใช่ “สาเหตุ” แต่เป็น “ตัวช่วย”

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันคือ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของเราทำงานผิดพลาด หันมาโจมตีเนื้อเยื่อของตัวเองโดยเฉพาะที่ข้อต่างๆ จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง

“อาหารไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ และในปัจจุบันยังไม่มีอาหารสูตรวิเศษชนิดใดชนิดหนึ่งที่จะรักษาโรครูมาตอยด์ให้หายขาดได้ครับ”

แต่... เดี๋ยวก่อนครับ อย่าเพิ่งหมดหวัง ความสำคัญของอาหารอยู่ที่ว่า อาหารบางชนิดมีฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกายมากขึ้น (เหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟ) ในขณะที่อาหารบางชนิดมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ (เหมือนช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา)

ดังนั้น เป้าหมายของการปรับการกินสำหรับคนไข้รูมาตอยด์ ไม่ใช่การอดอาหาร หรือกินยาผีบอก แต่คือการกินเพื่อ “ลดการอักเสบในภาพรวมของร่างกาย” และเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงพร้อมสู้กับโรคครับ

สิ่งที่ควร “เลี่ยง” หรือ “ลด”: กลุ่มอาหารกระตุ้นการอักเสบ

กลุ่มนี้เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่อาจทำให้ไฟแห่งการอักเสบในร่างกายคุโชนขึ้นได้ หากทานมากเกินไปอาจสัมพันธ์กับอาการปวดข้อที่มากขึ้นได้ครับ

น้ำตาลและของหวานจัด: ไม่ได้หมายถึงแค่ขนมหวาน แต่รวมถึงน้ำอัดลม ชาไข่มุก น้ำผลไม้กล่องที่มีน้ำตาลสูง การที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงๆ สวิงไปมา จะไปกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกายให้มากขึ้น

ไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวสูง: พบมากในของทอดซ้ำๆ เบเกอรี่ที่ใช้มาการีน คุกกี้ ขนมกรุบกรอบ และเนื้อสัตว์ติดมันเยอะๆ ไขมันเหล่านี้เป็นตัวร้ายที่นอกจากจะไม่ดีต่อหลอดเลือดหัวใจแล้ว ยังส่งเสริมให้เกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้นด้วย

เนื้อสัตว์แปรรูป: ไส้กรอก แฮม เบคอน กุนเชียง อาหารเหล่านี้มักมีสารปรุงแต่ง สารกันบูด และโซเดียมสูง ซึ่งกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในทางที่ไม่ดี

แอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป นอกจากจะทำลายตับแล้ว ยังอาจทำปฏิกิริยากับยารักษาโรครูมาตอยด์บางชนิดที่ท่านทานอยู่ (เช่น ยาเมโธเทรกเซท) ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อตับรุนแรงขึ้นได้ จึงควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนครับ

สิ่งที่ควร “เพิ่ม” หรือ “ทานให้พอ”: กลุ่มอาหารต้านการอักเสบ

นี่คือกลุ่มฮีโร่ที่จะมาช่วยประคับประคองร่างกายของเรา หลักการง่ายๆ คือ ให้เน้นทานอาหารที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด หรือที่หลายคนคุ้นหูในชื่อ “อาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน” ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดและข้อฝืดตึงในผู้ป่วยรูมาตอยด์ได้ดีครับ

ปลาทะเลน้ำลึก (แหล่งโอเมก้า 3): เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาบะ หรือปลาไทยๆ อย่างปลาทู ปลากะพง กรดไขมันโอเมก้า 3 ในปลาเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ทรงพลังมาก พยายามทานให้ได้สัก 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ (ใช้วิธีนึ่ง ต้ม หรือย่าง แทนการทอดนะครับ)

ผักผลไม้หลากสี (แหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ): ยิ่งสีเข้มยิ่งดีครับ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ส้ม มะเขือเทศ ผักใบเขียวเข้ม บรอกโคลี ผักโขม สารต้านอนุมูลอิสระในพืชผักเหล่านี้จะช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายและลดการอักเสบ

ธัญพืชไม่ขัดสี: เปลี่ยนจากข้าวขาว ขนมปังขาว มาเป็นข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ขนมปังโฮลวีต ลูกเดือย เพราะมีใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี และยังช่วยลดตัวชี้วัดการอักเสบในเลือดได้ด้วย

ไขมันดีจากพืช: โดยเฉพาะ “น้ำมันมะกอก” (ชนิด Extra Virgin สำหรับทานสดหรือผัดไฟอ่อน) มีสารที่ออกฤทธิ์คล้ายยาแก้อักเสบอ่อนๆ ตามธรรมชาติ รวมถึงน้ำมันรำข้าว น้ำมันคาโนลา และถั่วเปลือกแข็งต่างๆ เช่น อัลมอนด์ วอลนัท (ทานวันละ 1 กำมือพอครับ เดี๋ยวอ้วน)

แล้วเรื่อง “ของแสลง” ล่ะ?

คนไข้หลายคนมักถามถึงของหมักดอง หน่อไม้ เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก จริงๆ แล้วในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอาหารเหล่านี้เป็นของแสลงสำหรับ "ทุกคน" ที่เป็นรูมาตอยด์ครับ

แต่... ร่างกายแต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกันครับ บางคนทานหน่อไม้แล้วรู้สึกปวดข้อมากขึ้นจริงๆ แต่บางคนทานแล้วเฉยๆ หมอแนะนำให้ใช้วิธี “สังเกตตัวเอง” ครับ ลองจดบันทึกดูว่าวันที่เราปวดข้อมากผิดปกติ วันก่อนหน้านั้นเราทานอะไรไปบ้าง ถ้าสังเกตเห็นรูปแบบที่ซ้ำๆ ว่าทานสิ่งนี้ทีไรปวดทุกที ก็ให้เลี่ยงสิ่งนั้นครับ แต่ไม่จำเป็นต้องเหมางดทุกอย่างตามที่เขาเล่าลือกันจนร่างกายขาดสารอาหารนะครับ

มากกว่าอาหาร คือการปรับ “วิถีชีวิต”

การคุมอาหารอย่างเดียวอาจยังไม่พอครับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นๆ ก็สำคัญไม่แพ้กันในการช่วยให้โรคสงบ

ขยับเท่าที่ไหว (Exercise): หลายคนเข้าใจผิดว่าปวดข้อห้ามขยับ จริงๆ แล้วถ้ายิ่งอยู่นิ่งๆ ข้อยิ่งฝืด ยิ่งยึดติดครับ ในช่วงที่ข้ออักเสบมาก (ปวด บวม แดง ร้อน) อาจต้องพักการใช้งานหนัก แต่ยังควรขยับเบาๆ เพื่อคงพิสัยการเคลื่อนไหว พอช่วงที่อาการสงบลง “ต้องออกกำลังกาย” ครับ เน้นแบบที่ไม่กระแทก เช่น ว่ายน้ำ เดินในน้ำ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือโยคะเบาๆ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อให้แข็งแรง ช่วยพยุงข้อและลดภาระของข้อต่อครับ

การนอนหลับคือการซ่อมแซม: ผู้ป่วยรูมาตอยด์มักมีปัญหาเรื่องการนอนหลับจากอาการปวด พยายามจัดสภาพแวดล้อมให้นอนหลับได้สนิท 7-8 ชั่วโมง เพราะช่วงเวลาหลับคือช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองและปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน

ความเครียดคือศัตรูตัวร้าย: ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้โรคกำเริบครับ หาเวลาผ่อนคลาย ทำกิจกรรมที่ชอบ นั่งสมาธิ หรือพูดคุยระบายความกังวลกับคนใกล้ชิดบ้าง

บุหรี่... ต้องเลิก!: อันนี้สำคัญมากครับ การสูบบุหรี่นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรครูมาตอยด์แล้ว ในคนที่เป็นโรคอยู่แล้ว บุหรี่จะทำให้โรคมีความรุนแรงมากขึ้น และทำให้ตอบสนองต่อยาได้ไม่ดีเท่าที่ควร การเลิกบุหรี่คือของขวัญที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งที่คุณมอบให้ข้อของคุณครับ

สรุป

การดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยรูมาตอยด์ ไม่ใช่การใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว หรือการอดอาหารจนไม่มีความสุขครับ แต่คือการเดินทางสายกลาง เน้นทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อลดการอักเสบ เลี่ยงสิ่งที่ไปกระตุ้นโรค และปรับพฤติกรรมให้ส่งเสริมสุขภาพโดยรวม

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าทิ้งยา” ครับ การปรับอาหารและพฤติกรรมเป็นเพียง “ส่วนเสริม” ที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ยาที่แพทย์สั่งออกฤทธิ์ได้เต็มที่ และทำให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หมอขอเป็นกำลังใจให้คนไข้รูมาตอยด์ทุกท่านนะครับ โรคนี้อาจจะอยู่กับเราไปยาวนาน แต่ถ้าเราเข้าใจและดูแลเขาอย่างถูกวิธี เราก็สามารถเป็นเจ้านายของร่างกายเรา และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#รูมาตอยด์ #อาหารต้านอักเสบ #ข้ออักเสบรูมาตอยด์ #ปวดข้อ #ดูแลตัวเองรูมาตอยด์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #อาหารสุขภาพ #โรคแพ้ภูมิตัวเอง #เชียงใหม่ #รักษารูมาตอยด์

References

  1. American College of Rheumatology. "Diet and Arthritis." Available at: https://www.rheumatology.org/I-Am-A/Patient/Living-Well-with-Rheumatic-Disease/Diet-and-Arthritis (Accessed July 2025).
  2. Arthritis Foundation. "The Ultimate Arthritis Diet Guide." Available at: https://www.arthritis.org/health-wellness/healthy-living/nutrition/anti-inflammatory/the-ultimate-arthritis-diet (Accessed July 2025).
  3. Gioia C, Lucchino B, Tarsitano MG, et al. Dietary Habits and Nutrition in Rheumatoid Arthritis: Can Diet Influence Disease Development and Clinical Manifestations? Nutrients. 2020;12(5):1456. Published 2020 May 18. doi:10.3390/nu12051456
  4. Khanna S, Jaiswal KS, Gupta B. Managing Rheumatoid Arthritis with Dietary Interventions. Front Nutr. 2017;4:52. Published 2017 Nov 8. doi:10.3389/fnut.2017.00052
  5. Philippou E, Nikiphorou E. Are we really what we eat? Nutrition and its role in the onset and progression of rheumatoid arthritis. Autoimmun Rev. 2018;17(11):1074-1077. doi:10.1016/j.autrev.2018.05.009

Comments

Popular posts from this blog

"คุณแม่วัย 80 เข่าบวมเป่ง ปวดจนเดินไม่ได้... ผลเลือดฟ้องว่าเป็น 'รูมาตอยด์' แต่ไตเริ่มเสื่อม! จะรักษาอย่างไรให้แม่กลับมาเดินได้ โดยไตไม่พัง?"

กินยาแล้วทำไมยังปวด? ความจริงของการรักษารูมาตอยด์ ที่คนไข้หลายคนถอดใจไปก่อน

รูมาตอยด์...รู้เร็ว "ไม่พิการ" ✌️ โรคนี้กัดกินข้อเงียบๆ แต่รักษาให้โรคสงบได้!