ทำไมคนเป็นรูมาตอยด์ถึงเสี่ยงกระดูกพรุนง่ายกว่าคนปกติครับ
"หมอครับ... แม่แค่ล้มก้นกระแทกเบาๆ ในห้องน้ำเอง ทำไมสะโพกหักเลยล่ะครับ? แกเป็นแค่รูมาตอยด์ไม่ใช่เหรอ ไม่ได้เป็นโรคกระดูกพรุนสักหน่อย"
นี่คือความเจ็บปวดใจของลูกชาย "ป้าดา" (นามสมมติ) ที่ต้องเห็นคุณแม่วัย 58 ปี นอนเจ็บอยู่บนเตียงฉุกเฉินครับ ป้าดาเป็นคนไข้รูมาตอยด์ที่รักษามานานกว่า 10 ปี อาการปวดข้อของแกขึ้นๆ ลงๆ แต่แกก็ใช้ชีวิตได้ปกติ จนกระทั่งเช้านี้ที่แกเสียหลักลื่นในห้องน้ำ เป็นการล้มที่ไม่แรงเลยครับ แต่ผลลัพธ์คือกระดูกสะโพกหักจนต้องผ่าตัด
หลายคนเข้าใจว่า "รูมาตอยด์" คือโรคปวดข้อที่ทำให้นิ้วหงิกงอเท่านั้น แต่ความจริงที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มันมักจะจูงมือเพื่อนสนิทที่ชื่อว่า "กระดูกพรุน" มาด้วยเสมอ เปรียบเหมือน "ภัยเงียบซ้อนภัยเงียบ" ที่รอวันแสดงตัว
วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังครับว่า ทำไมคนเป็นรูมาตอยด์ถึงกระดูกเปราะบางกว่าคนทั่วไป และเราจะป้องกันโศกนาฏกรรมแบบป้าดาได้อย่างไรครับ
ความจริงที่ต้องรู้: รูมาตอยด์กัดกินลึกถึงเนื้อกระดูก
จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์มีความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุน "มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า" ครับ และความเสี่ยงนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกๆ ที่โรคเริ่มกำเริบเลยทีเดียว สาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยหลักที่รุมเร้าครับ
1. การอักเสบคือ "ไฟ" ที่เผาผลาญกระดูก
ในร่างกายคนเรา จะมีเซลล์อยู่ 2 ทีมครับ คือ "ทีมสร้างกระดูก" และ "ทีมทำลายกระดูก" ปกติสองทีมนี้จะทำงานสมดุลกัน
แต่ในคนที่เป็นรูมาตอยด์ ภาวะอักเสบเรื้อรังจะปล่อยสารเคมีบางอย่าง (Cytokines) ออกมา สารนี้เปรียบเสมือน "คำสั่งอาญาสิทธิ์" ที่ไปกระตุ้นให้ "ทีมทำลายกระดูก" ทำงานบ้าคลั่งขึ้น และไปกดหัว "ทีมสร้างกระดูก" ให้หยุดทำงาน
ผลก็คือ กระดูกถูกกัดกินทำลายไปเรื่อยๆ ทั่วร่างกาย ไม่ใช่แค่เฉพาะตรงข้อที่ปวดนะครับ แต่รวมถึงกระดูกสันหลังและสะโพกด้วย ยิ่งอักเสบมาก กระดูกยิ่งบางลงเร็วครับ
2. ยาสเตียรอยด์: ดาบสองคมที่ต้องระวัง
เราปฏิเสธไม่ได้ว่าในอดีต หรือในช่วงที่โรครูมาตอยด์กำเริบรุนแรง ยาสเตียรอยด์ (Steroids) คือฮีโร่ที่ช่วยลดปวดได้ชะงัด
แต่ถ้ากินต่อเนื่องนานๆ สเตียรอยด์จะกลายร่างเป็นวายร้ายครับ เพราะมันมีฤทธิ์ขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้ และเร่งการขับแคลเซียมทิ้งทางปัสสาวะ ร่างกายพอขาดแคลเซียมในเลือด ก็จะไปดึงแคลเซียมจากกระดูกออกมาใช้แทน กระดูกเลยพรุนเหมือนฟองน้ำนั่นเองครับ
(ปัจจุบันหมอพยายามใช้สเตียรอยด์ให้น้อยที่สุด และสั้นที่สุด เพื่อเลี่ยงปัญหานี้ครับ)
3. ความเจ็บปวดทำให้อยู่นิ่ง (Immobility)
กฎเหล็กของธรรมชาติคือ "Use it or Lose it" (ใช้มัน หรือจะเสียมันไป) กระดูกคนเราจะแข็งแรงได้ต้องมีแรงกระแทกจากการเดินหรือวิ่งครับ
แต่คนเป็นรูมาตอยด์มักจะปวดข้อ ขยับก็เจ็บ เดินก็ลำบาก ทำให้ขยับตัวน้อยลง พอนั่งๆ นอนๆ นานเข้า กระดูกก็จะส่งสัญญาณบอกร่างกายว่า "ฉันไม่จำเป็นต้องแข็งแรงแล้วนะ เพราะเจ้านายไม่ได้ใช้งาน" ร่างกายจึงสลายมวลกระดูกทิ้งไป กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้กระดูกบางลงไปอีก
ใครบ้างที่อยู่ใน "โซนอันตราย"?
คนไข้รูมาตอยด์ทุกคนมีความเสี่ยง แต่จะเสี่ยงสูงสุดถ้าคุณมีลักษณะดังนี้ครับ:
คุมโรคไม่ได้: ยังมีอาการปวด บวม อักเสบตลอดเวลา (ค่าเลือด ESR/CRP สูง)
ใช้สเตียรอยด์นาน: กินติดต่อกันเกิน 3 เดือน ในขนาดที่สูง
เป็นผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน: เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยปกป้องกระดูกหมดไป เจอกับรูมาตอยด์ซ้ำเติม ยิ่งไปกันใหญ่
ผอมแห้ง: คนผอมมวลกระดูกน้อยกว่าคนท้วมอยู่แล้ว
เราจะรู้ตัวก่อนกระดูกหักได้อย่างไร?
อย่ารอให้ล้มแล้วค่อยรู้ครับ เพราะกระดูกพรุนไม่มีสัญญาณเตือน ไม่เจ็บ ไม่ปวด จนกว่าจะหัก
หมอแนะนำให้ผู้ป่วยรูมาตอยด์ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือกินยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง ควรขอหมอตรวจ "ความหนาแน่นของมวลกระดูก" (Bone Mineral Density - DXA Scan) ครับ
การตรวจนี้เหมือนการสแกนดูความแน่นของเนื้อในกระดูก ไม่เจ็บ ใช้เวลาไม่นาน ผลจะออกมาเป็นค่า T-score:
ถ้าต่ำกว่า -2.5 แปลว่า "กระดูกพรุน" (Osteoporosis)
ถ้าอยู่ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5 แปลว่า "กระดูกบาง" (Osteopenia)
3 เสาหลัก สร้างเกราะป้องกันกระดูกในคนรูมาตอยด์
ถึงจะเป็นรูมาตอยด์ ก็ไม่ได้แปลว่าต้องกระดูกหักเสมอไปครับ เราป้องกันได้ถ้าดูแลถูกวิธี
1. "ดับไฟ" ให้สนิท (คุมรูมาตอยด์ให้อยู่) นี่คือข้อที่สำคัญที่สุด! การกินยารักษารูมาตอยด์อย่างสม่ำเสมอ จนโรคสงบ (ไม่มีอาการปวดบวม ค่าการอักเสบปกติ) จะช่วยหยุดการทำงานของ "ทีมทำลายกระดูก" ได้ดีที่สุด ดีกว่าการกินแคลเซียมเสริมเพียงอย่างเดียวเสียอีกครับ
2. เติม "ปูนและกาว" ให้กระดูก
แคลเซียม: ต้องได้รับให้เพียงพอ ประมาณ 800-1,000 มก./วัน จากนม ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว หรือยาเม็ดเสริม
วิตามินดี: ตัวนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวพารถบรรทุกแคลเซียมเข้าสู่กระดูก ถ้าขาดวิตามินดี กินแคลเซียมไปก็สูญเปล่า แนะนำให้รับแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้า หรือทานวิตามินดีเสริมตามแพทย์สั่งครับ
3. ยาต้านกระดูกพรุน (เฉพาะราย) หากตรวจพบว่ากระดูกบางมาก หรือมีความเสี่ยงสูง หมออาจจ่ายยาเม็ดสำหรับรักษาโรคกระดูกพรุนโดยเฉพาะ (Bisphosphonates) ให้ทานสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้ง ยานี้จะไปเคลือบหลุมร่องกระดูกและยับยั้งการสลายตัวได้ดีมากครับ
ปรับพฤติกรรม: เรื่องเล็กที่ยิ่งใหญ่
ระวังล้ม: จัดบ้านให้โล่ง เก็บพรมเช็ดเท้าที่ลื่นง่าย ติดไฟให้สว่าง เพราะกระดูกเราบาง ล้มทีเดียวเรื่องใหญ่
ขยับเท่าที่ไหว: ในวันที่ไม่ปวดข้อ พยายามเดินแกว่งแขนเบาๆ เดินในน้ำ หรือรำมวยจีน เพื่อกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรง
งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์: สองตัวนี้คือยาพิษทำลายกระดูกโดยตรงครับ
สรุป
"รูมาตอยด์" กับ "กระดูกพรุน" เป็นคู่หูที่น่ากลัว แต่เราแยกมันออกจากกันได้ครับ อย่าโฟกัสแค่เรื่องปวดข้อจนลืมดูแลความแข็งแรงของกระดูก หมั่นตรวจเช็คมวลกระดูก คุมโรคให้สงบ และทานแคลเซียมกับวิตามินดีให้เพียงพอ
กรณีของคุณป้าดา แม้จะผ่านการผ่าตัดมาแล้ว แต่ตอนนี้แกเริ่มดูแลตัวเองใหม่ตามแผนที่หมอวางให้ กลับมาเดินได้ และค่ามวลกระดูกค่อยๆ ดีขึ้นครับ
จำไว้นะครับ... "กระดูกที่แข็งแรง คือรากฐานของชีวิตที่อิสระ" แม้จะเป็นรูมาตอยด์ เราก็มีกระดูกที่แข็งแรงได้ ถ้าเราใส่ใจครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#รูมาตอยด์ #กระดูกพรุน #กระดูกหักในผู้สูงอายุ #สเตียรอยด์ #ปวดข้อรูมาตอยด์ #ตรวจมวลกระดูก #เสริมแคลเซียม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #เชียงใหม่ #ภัยเงียบ
References:
American College of Rheumatology. "2023 Guideline for the Prevention and Treatment of Glucocorticoid-Induced Osteoporosis." Arthritis & Rheumatology, 2023.
Lio K, et al. "Bone loss in rheumatoid arthritis: from the molecular mechanisms to the clinical implications." International Journal of Molecular Sciences, 2021.
Adami G, Saag KG. "Glucocorticoid-induced osteoporosis: 2019 concise clinical review." Osteoporosis International, 2019.
Haugeberg G, et al. "Bone loss in patients with rheumatoid arthritis: results from a population-based cohort study." Annals of the Rheumatic Diseases, 2020.
Xu S, et al. "Prevalence and risk factors of osteoporosis in patients with rheumatoid arthritis: A systematic review and meta-analysis." Frontiers in Medicine, 2022.
Comments
Post a Comment